Posted on

H-INTERVIEW: Designing your life during COVID-19 – อรรถยุทธ พิรวินิจ

“โควิด-19 เข้ามาทำให้เกิดสเปซบางอย่าง ที่เมื่อก่อน ไม่เคยคิดว่าจะต้องมี มันเป็นเรื่องของการแยกพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยในเรื่องการติดต่อของโรค” “new normal ไม่ค่อยมีผลกับตัวผมเองเท่าไหร่ เพราะออฟฟิศผมเป็นออฟฟิศที่เพื่อนร่วมงานไม่เยอะ แล้วบังเอิญพื้นที่ของออฟฟิศค่อนข้างใหญ่ สเปซภายในถูกออกแบบให้มีการแยกจากกันอยู่แล้ว ส่วนการทำงานตอน work from home ก็เหมือนกัน ผมอยู่คอนโดฯ ซึ่งมีพื้นที่ที่ถูกทำให้เป็น working area อยู่แล้ว มันก็เป็นการย้ายสถานที่เท่านั้นเอง แต่ถ้าพูดถึงลูกค้า ตลอด 2 เดือนเขาไม่ได้ไปไหนเลย ก็เกิดความคิดใหม่ขึ้นมาว่าในสถานการณ์ new normal เขาจะอยู่อย่างไร ก็เปลี่ยนคอนเซ็ปต์ ใหม่หมด สเปซเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน โควิด-19 เข้ามาทำให้เกิดสเปซบางอย่างที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าจะต้องมี มันเป็นเรื่องของการแยกพื้นที่ให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยในเรื่องการติดต่อของโรค จากเมื่อก่อนที่ส่วน service กับ master จะแยกออกจากกันโดยมีการเชื่อมต่อหรือปฏิสัมพันธ์กันอย่างหลวมๆ แต่พอเกิดโควิด-19 ขึ้นมา คนคิดถึงเรื่องความเป็นอยู่มากขึ้น ให้ความสำคัญเรื่องการเข้าออก การดูแลรักษา การทำความสะอาด ในแง่ของฟังก์ชันเองก็กลายเป็นว่าพื้นที่ส่วนกลางยังคงอยู่ แต่พื้นที่ของแต่ละคนกลายเป็น complete apartment ที่มีพื้นที่ทำงาน หรือส่วน service […]

Posted on

H-INTERVIEW: Designing your life during COVID-19 – กร ทองทั่ว

“new normal มันเป็นเรื่องใหม่ที่ประหลาดดีเหมือนกันนะ แต่ในหัวผม ชีวิตของผมกล้าที่จะอยู่กับบ้านมากขึ้น กล้าที่จะใช้ชีวิตมากขึ้น แล้วก็ตัดเรื่องที่ไม่จำเป็นออกไป” “ชีวิตเราทำแต่งาน ทั้งชีวิตอยู่ออฟฟิศ กลับดึกอยู่ดีๆ ต้องอยู่บ้าน ตั้งหลักไม่ทัน โควิด-19 มันทำให้เราต้องตั้งลำอะไรบางอย่าง new normal มันเป็นเรื่องใหม่ที่ประหลาดดีเหมือนกันนะ แต่ในหัวผม ชีวิตของผม กล้าที่จะอยู่กับบ้านมากขึ้น กล้าที่จะใช้ชีวิตมากขึ้น แล้วก็ตัดเรื่องที่ไม่จำเป็นออกไป การใช้ Zoom เป็นของใหม่สำหรับผมมาก ออฟฟิศเรา Zoom กันทุกเช้า ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง อีก 7 ชั่วโมงดูแลตัวเอง วันแรกๆ ก็เขินกัน บางคนฉากหลังเป็นบ้าน เห็นห้องที่ยังรกอยู่เลย แต่พออาทิตย์นึงผ่านไปทุกอย่างเริ่มเกลี้ยง ถูกจัดให้ดูมินิมอล ผมว่าชีวิตมันเปลี่ยน กลายเป็นสิ่งที่น่ารักขึ้น โชคดีที่ผมชอบอยู่บ้าน เล่นกับลูก โควิด-19 ทำให้ผมทำงานได้น้อยลง เพราะว่าลูกมาแจมกับผมเยอะขึ้น จะได้ทำงานเวลาเขาหลับ 7-8 ชั่วโมง ลูกผม เด็กอินเตอร์ 2 คน 5 […]

Posted on

H-SELECTION: SieMatic LX PURE

แบรนด์เครื่องครัวระดับเฟิร์สคลาสจากประเทศเยอรมนี โดย DMHOME ผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์แฟชั่นและของตกแต่งบ้านจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ง่ายนักที่ภาพลักษณ์ของความหรูหรามีระดับจะมาพร้อมการตอบโจทย์ทั้งเรื่องความงามและฟังก์ชันที่สมบูรณ์แบบ แต่เมื่อความลงตัวดังกล่าวได้ถูกรังสรรค์ขึ้น บรรยากาศที่เป็นผลตามมาก็คือความเพลิดเพลินใจในการใช้พื้นที่โดยไม่มีการสะดุดทางอารมณ์และสายตา ภายใต้บริบทที่เรียบหรูไร้ที่ติ ได้ซ่อนความพร้อมในการรองรับทุกกิจกรรมไว้อย่างลงตัว SLX PURE ชุดครัวจากแบรนด์ระดับเฟิร์สคลาสจากเยอรมนี SieMatic (ซีมาติก) เป็นผลงานออกแบบที่กวาดรางวัลจาก RED DOT DESIGN AWARD, ICONIC AWARD และ IF DESIGN AWARD ในปี 2020 งานชุดนี้ตีความห้องครัวในนิยามใหม่ จับเอาความเป็นห้องครัวและห้องนั่งเล่นมาผนวกกัน โดยยังคงเอกลักษณ์ของ handle-free kitchen หรือชุดครัวแบบไร้มือจับ ที่ SieMatic ริเริ่มพัฒนาขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ผลงานเน้นความเรียบหรูไร้ที่ติ สมชื่อคอลเลกชัน PURE ส่วนของบานเปิดรวมไปถึงลิ้นชักถูกทำเป็นด้ามจับที่ฝังไปกับบาน ด้วยผิวที่บางเพียง 6.5 มม. ทำให้สัมผัสทั้งหมดเรียบราวกับเป็นผิวเดียวกัน ไม่เห็นชิ้นส่วนที่ยื่นเกินออกมาให้สะดุดสายตาแม้แต่น้อย และเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ต่อเนื่องในทุกสัดส่วน เคาน์เตอร์ท็อปเองก็ถูกทำให้มีความบาง 6.5 มม. เช่นกัน ความโดดเด่นของผลงานชุดนี้อยู่ที่การเล่นกับแสงไฟ การให้แสงใต้เคาน์เตอร์ท็อป ส่งให้พื้นที่ว่างเล็กๆ ระหว่างรอยต่อกลายเป็นช่องว่างที่ทำให้เคาน์เตอร์ท็อปดูลอยขึ้นมาจากฟังก์ชันด้านล่าง ชุดตู้ครัวแบบบานทึบใช้แถบแสงระหว่างตัวบานแสดงความหรูหราและแสดงฟังก์ชันไปในตัว […]

Posted on

เครื่องประดับสถาปัตยกรรม ตอน ๒ “ช่วงยุคทอง – หลังยุคทองของอาณาจักรล้านนา”

ช่วงยุคทองของอาณาจักรล้านนา เจดีย์ทรงปราสาท ลวดลายประดับองค์เจดีย์ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่กรอบซุ้มจระนำหรือซุ้มโขงที่รับบันไดบนชั้นฐานประทักษิณ ประติมากรรมนูนต่ำ มีการพัฒนาลวดลายจนเป็นแบบอย่างพื้นเมืองล้านนา เส้นสายและกรอบโครงเป็นรูปทรงอิสระและเลียนแบบธรรมชาติมากขึ้น เช่น “ลายพรรณพฤกษา” (ลายเครือเถา ลายเครือล้านนา) เป็นรูปดอกไม้ใบไม้ต่างๆ รวมถึงลายดอกไม้ร่วงที่ได้รับอิทธิพลจากลังกาใช้ประดับเพื่อลดที่ว่างของพื้นหลัง “ลายเมฆไหล” ได้รับอิทธิพลศิลปะจีน และ “ลายกระหนกล้านนา” ที่ขมวดหัวจนเกือบเป็นวงกลม ลวดลายในงานประติมากรรมนูนตํ่ามีลักษณะคล้ายงานฉลุโปร่ง ขอบลายคมชัด ดูเหมือนแยกส่วนจากพื้นเรียบด้านหลัง ประติมากรรมนูนสูง นอกจากพระพุทธรูป ยังมีรูปเทวดา และรูปสัตว์หิมพานต์ ตามแนวความคิดจักรวาลคติ เช่น นาค สิงห์ หงส์ ครุฑ กินนร กินนรี รวมไปถึงมกรและมอม เจดีย์บางองค์ประดับรูปปูนปั้นช้าง ล้อมรอบส่วนฐานประทักษิณ ตามอิทธิพลศิลปะลังกา เจดีย์ทรงระฆัง มีบัวซ้อนชั้นรับองค์ระฆังประดับลายกลีบบัว คั่นด้วยชั้นท้องไม้เจาะช่องสี่เหลี่ยมและรูปเทวดา การตกแต่งพื้นผิว ในช่วงยุคทองของอาณาจักรล้านนา เจดีย์บางองค์ตกแต่งพื้นผิวในบางส่วนหรือรอบองค์เจดีย์ โดยการ “หุ้มทองจังโก” ซึ่งทำด้วยทองสำริด ตีแผ่นบางสำหรับบุผิว และ “ดุนลาย” บางองค์ประดับลายเป็นแถบโอบรอบในส่วนกลางองค์ระฆังเรียกว่า “รัดอก” และในส่วนปลายองค์ระฆังเรียกว่า “บัวคอเสื้อ” ตามอิทธิพลศิลปะพุกาม หรือมีการตกแต่งพื้นผิวแบบ “ลงรักปิดทอง” […]

Posted on

เครื่องประดับสถาปัตยกรรม ตอน ๑ “ช่วงก่อนยุคทองของอาณาจักรล้านนา”

ช่วงก่อนยุคทองของอาณาจักรล้านนา ประกอบด้วย ประติมากรรมนูนตํ่าและนูนสูง โดยเฉพาะเจดีย์ทรงปราสาท ที่เน้นการประดับลวดลายส่วนเรือนธาตุ เช่น แนวเส้นลวดบัวประดับเสาและกรอบซุ้มจระนำ ประติมากรรมนูนต่ำ มีลักษณะแบบลายทึบ ผิวหน้าของตัวลายเรียบเสมอกัน ทำให้ดูเป็นเนื้อเดียวกับพื้นเรียบด้านหลัง ลวดลายพื้นฐานเป็นลวดลายที่เชื่อมโยงกับศิลปะทวารวดีทางตอนใต้และศิลปะพุกามทางตะวันตก รวมทั้งศิลปะคุปตะในอินเดีย ประกอบด้วย ลายแม่แบบ ได้แก่ ลายประดิษฐ์ของดอกไม้ ใบไม้ ในกรอบโครงรูปเรขาคณิต เช่น วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วงรี เส้นขนาน หรือมีการจัดเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบและไม่ซับซ้อน ประติมากรรมนูนสูง มักใช้สำหรับรูปเคารพ ได้แก่ พระพุทธรูป รูปเทวดา นอกจากนี้มีรูปสัตว์ เช่น มกร หน้ากาล และสัตว์หิมพานต์ เช่น สิงห์ ครุฑ คชสีห์ หงส์ ซุ้มจระนำ กรอบโค้งหยักบนชั้นเรือนธาตุของเจดีย์ทรงปราสาทในสมัยก่อนยุคทอง หน้ากาล (เกียรติมุข กีรติมุข ราหู สิงหมุข) รูปหน้าอมนุษย์ มีศีรษะ ไม่มีริมฝีปากล่าง ไม่มีลำตัว ใช้ประดับเหนือซุ้มหรือทางเข้า เป็นสัญลักษณ์ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ในการขจัดสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าไปในอาคาร […]

Posted on

ฝาตั้ง ฝาตาก ฝาแป้นหลั่น ฝาไม้บั่ว

ฝาผนัง มีลักษณะเป็นแผงประกอบสำเร็จ ก่อนติดตั้งทับด้านนอกแนวเสา ยาวต่อเนื่องไปตลอดแนวอาคาร โดยวางบนหัวของแวงและตง ที่ยื่นออกมารับแต่ละด้าน ประกอบด้วยกรอบไม้โดยรอบที่เซาะร่องเป็นรางสำหรับวางแผ่น “ลูกกรุ” ซึ่งมีทั้งวัสดุ แผ่นกระดานไม้จริง เรียกว่า “ฝาไม้แป้น” และไม้ไผ่ เรียกว่า “ฝาไม้บั่ว” “ฝาไม้แป้น” มีรูปแบบต่างๆ เช่น “ฝาตาผ้า” แบ่งกรอบซอยภายในตามแบบแผนมีกรอบตามแนวตั้งเป็นหลักและกรอบแนวนอนภายในอีก ๒ แนวใกล้ขอบบน – ล่าง แบ่งช่องลูกกรุตามตั้งออกเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวตามตั้งในช่วงกลาง และสี่เหลี่ยมเล็กในแถวบน – ล่าง เซาะร่องกรอบไม้เป็นรางเพื่อบรรจุลูกกรุเข้าลิ้นแยกในแต่ละช่อง และติด “เล็บ” หรือคิ้วไม้ประกับภายในช่องกรอบย่อยโดยรอบอีกชั้นหนึ่ง ใช้กับเรือนคหบดี เช่น เรือนกาแล แบบที่ ๒ เรียกว่า “ฝาตั้ง” วางเรียงลูกกรุตามตั้ง รอยต่อชน แบบที่ ๓ เรียกว่า “ฝาแป้นหลั่น” วางเรียงลูกกรุตามตั้ง รอยต่อแบบบังใบ “ฝาตั้ง” และ “ฝาแป้นหลั่น” นี้ไม่มีแบบแผนตายตัวในการจัดแนวไม้คิ้วทับแนว เช่น ไม้คิ้วทับแนวตามระยะช่วงเสา ไม้คิ้วทับรอยต่อลูกกรุตามตั้งทุกแนว หรือจัดไม้คิ้วตามตั้ง […]

Posted on

เสาป๊อก แหนบ ขั้นไดและเสาแหล่งหมา

องค์ประกอบสำคัญที่มีลักษณะพิเศษเป็นเอกลักษณ์ของเรือนพักอาศัยพื้นถิ่นแบบล้านนา ยกตัวอย่างเช่น เสาป๊อก ในโครงสร้างของเรือนไม้จริงมีการใช้ “เสาป๊อก” (เสาสั้น) ทั้งชั้นใต้ถุนและชั้นโครงหลังคา เป็นการเพิ่มจุดรับน้ำหนักพื้นหรือโครงหลังคา โดยทำให้สามารถเว้นระยะระหว่างช่วงเสาในชั้นพื้นเรือนได้กว้างขึ้น โดยไม่ต้องมีเสาลอยเกะกะในบริเวณพื้นที่โล่ง นอกจากนี้ การแยกส่วนของไม้พื้นแต่ละห้องที่มีระดับเดียวกันเพื่อแยกการรับน้ำหนักจร จะใช้ไม้พื้นที่มีความหนาเท่ากับความหนาตง บวกกับความหนาไม้พื้นตามปกติ เรียกว่า “ไม้แป้นท่อง” วางตามแนวเสา แหนบ แหนบ คือ แผงกรุปิดในภายในกรอบโครงหลังคาจั่ว สำหรับบ้านเรือน มีการทำแต่ละช่องระหว่างโครงไม้ ที่เรียกว่า “แหนบ” โดยทั่วไปแหนบด้านจั่วหัวท้ายเรียกว่า “แหนบกั้นก้อง” มักจะกรุด้วย “ลูกกรุ” คือไม้ทึบแผ่นบาง ส่วนแหนบที่อยู่ภายในอาคารที่กั้นระหว่างเติ๋นกับห้องนอน เรียกว่า “แหนบเติ๋น” มักจะใส่ไม้กลึงเว้นระยะตามตั้ง ที่เรียกว่า “ลูกแก้ว” เพื่อระบายอากาศ และพาดไม้ “ขัวย่าน” ซึ่งเป็นไม้ไผ่คู่วางพาดขนาน สำหรับช่างขึ้นไปซ่อมดูแลโครงหลังคา ในชั้นโครงหลังคา ก็อาจเสริมกำลังโครงสร้าง กรณีที่ไม่ต้องการให้มีเสาจากพื้นขึ้นมาตั้งรับกลางช่วงด้วยชิ้นส่วนโครงค้ำเฉพาะตามตั้ง – ตามนอน ด้วย “เสาป๊อก” ระหว่างช่วงเสาด้านยาวและด้านสกัด ค้ำระหว่างไม้ขื่อหรืออะเสตามนอน ๒ ระดับ แต่อาคารจะไม่มีการใช้โครงค้ำในแนวทแยงเลย ยกเว้นบางหลังที่มี “ยางค้ำ” […]

Posted on

เรือนเครื่องสับและเฮือนไม้บั่ว

เรือนเครื่องสับ เรือนไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ใช้ไม้สัก และไม้เนื้อแข็ง เช่น เต็ง รัง ตะเคียน ไม้แดง เป็นวัสดุหลัก มีการ “ปรุง” (ตัดและขัดเกลาผิว) หน้าตัดและความยาวไม้ ให้ได้ขนาด ประกอบแต่ละส่วนเข้าด้วยกันด้วยวิธีการบากเจาะ เพื่อประกบหรือเข้าสลักเดือย เป็นต้น ในล้านนามี ๒ แบบ คือ “เฮือนไม้จิ๋ง” และ “เฮือนกาแล” รูปทรงหลังคาโดยทั่วไปเป็นหลังคาจั่วที่มีมุมเอียงไม่สูงชันนัก และระนาบหลังคาเรียบไม่แอ่นโค้ง ยื่นชายคายาวออกไปคลุมอาคารทางด้านยาว และมี “แง้บหน้า” (ไขราปีกนก) คือ กันสาดด้านสกัดอยู่ใต้หน้าจั่ว การจัดวางผังเรือน มักจะมีอาคาร ๒ หลัง วางขนานกันตามยาว ทำให้ด้านหน้าเรือนมองเห็นหลังคาจั่วแฝด ที่มีแง้บหน้าแล่นยาวต่อเนื่องกันตลอดแนวทั้งสองหลังไปบรรจบเข้ามุมกับชายคาด้านยาว เรือนกาแลแตกต่างจากเรือนไม้จริงที่สังเกตได้ง่าย คือ มีไม้กาแลติดอยู่ที่ยอดปั้นลมหลังคา การจัดวางเสาของตัวเรือนในระบบตาราง สัมพันธ์กับแนวหลังคา เป็นด้านยาวและด้านสกัด โดยทั่วไปด้านยาวภายใต้หลังคา แบ่งเป็น ๕ ช่วงเสา และจัดวางเรือนขนานกันตามยาว แต่อาจมีขนาดเรือน หลังคา และระยะบางช่วงเสาไม่เท่ากัน เฮือนไม้บั่ว […]