Posted on

[Embracing the Landscape] Design Approach

. L49 Design process intends to give a form that accommodates its function and responds to its context. Such a form might come from the functional flow itself,  the site constraints, the technological idea, the cost control, other aesthetic considerations, etc. . What defines good design is the combination of the aesthetic engagement and good […]

Posted on

[Embracing the Landscape] Book Design “Why Terrains?”

Terrain หนึ่งในความสำคัญของงานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม คือความหลากหลายของลักษณะที่ตั้งและสภาพแวดล้อมในแต่ละภูมิประเทศ หรือ Terrain ในหนังสือ Embracing the Landscape ของ L49 จึงเล่าเรื่องราวผ่านผลงานที่ได้ทำตลอด 30 ปี ออกเป็น Terrain ต่างๆ ตามระดับความสูงของพื้นที่ UNDULATING MOUNTAIN TERRAINS RURAL AND SUBURBAN CULTURAL LANDSCAPE CITY SCAPES URBAN SEASIDE AND ISLAND การออกแบบรูปเล่มหนังสือเล่มนี้ก็เช่นเดียวกัน โดยกำหนดเฉดสีให้กับแต่ละ Terrain เพื่อให้เห็นความแตกต่างของพื้นที่ในแต่ละโซน รวมถึงแถบสีนั้นมาใช้เป็น graphic element ที่ขอบนอกของหน้าหนังสือ เพื่อพิกัดถึงตำแหน่งที่ตั้งของโครงการตามความสูงของพื้นที่ด้วย ที่มา: หนังสือ Embracing the Landscape

Posted on

[Embracing the Landscape] ”L49 Monograph“

ย้อนหลังไปก่อนโควิด 19 เราได้รับการติดต่อจาก L49 จะทำหนังสือ Monograph รวบรวมผลงานในวาระครบรอบ 30 ปี สิ่งที่เรา kick off กันในวันแรกที่เริ่มคุย คือ “เราจะนำเสนอผลงานหลายร้อยโครงการที่ผ่านมาตลอด 30 ปีนี้ ไว้ในหนังสือได้อย่างไร” . Brainstorm L49 ใช้วิธีปริ้นท์ภาพผลงานทั้งหมดที่เคยทำมาติดไว้ที่ผนังห้องประชุมเพื่อให้สตาฟฟ์ทุกคนมาโหวตโครงการเด่นๆ ที่คิดว่าเหมาะสมในการตีพิมพ์ในหนังสือ จนในที่สุดก็คัดได้ออกมากว่า 40 โครงการ . Contents and Book Design เราช่วยกันออกแบบ contents ว่าอะไรคือ big idea อะไรคือโฟกัส ที่หนังสือเล่มนี้จะถ่ายทอดความเป็น L49 ได้อย่างครบถ้วนที่สุด . Writer เพื่อให้ถ่ายทอดความเป็น L49 ออกมาได้ครบทุกมิติ เราแนะนำนักวิชาการด้านสถาปัตยกรรม / นักเขียน คุณกนกวรรณ ตระกูลยิ่งเจริญ มาเป็นตัวแทนของบุคคลที่ 3 ที่มาสัมผัสผลงาน และวิธีการทำงานของ L49 […]

Posted on

[NEW RESORTS sponsor] Krungthai Lighting

The Mist | Bespoke Crystal Chandelier by Krungthai Lighting Almost a million pieces of crystal components altogether assembled in geometric arrangement to generate 3 dimensional perspective. Color Scheme is the art of blending neutral crystal clear color with 10 color tones playing the sophisticated co-relation with exterior colorful façade along the rays of natural light […]

Posted on

อิทธิพลจากต่างประเทศ ตอน ๔ เรือนคหบดี

อิทธิพลพม่า ช่วงที่มีการทำสัมปทานป่าไม้ ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕ เช่น บ้านเสานัก จังหวัดลำปาง และเรือนโบราณ ๑๔๐ ปี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีรูปแบบองค์ประกอบบางส่วนต่างออกไปจากเรือนล้านนาและเรือนสรไน อิทธิพลตะวันตก อิทธิพลทางสถาปัตยกรรมจากภายนอก ถูกนำมาผสมผสานในองค์ประกอบต่างๆ ของสถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในล้านนา ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ มาจนถึงรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๙๔ – ๒๔๖๘) บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และเริ่มมีความนิยมสถาปัตยกรรมตามแบบอย่างตะวันตก โดยเฉพาะรูปแบบวิคตอเรียน ที่มีการนำมาประยุกต์ใช้กับเรือนคหบดีและชนชั้นปกครอง ทำให้รูปแบบสถาปัตยกรรมเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับคุ้มเจ้า ทั้งรูปแบบอาคารตึกหรือครึ่งตึกครึ่งไม้ มีการวางผังแบบตะวันตก และวิธีการก่อสร้างโดยการใช้ระบบผนังก่ออิฐรับนํ้าหนัก การทำช่องโค้ง มีการประยุกต์องค์ประกอบและส่วนตกแต่งสถาปัตยกรรมของ “เรือนขนมปังขิง” ตามรูปแบบวิคตอเรียน ผสมผสานกับเรือนไม้พื้นเมือง หรืออาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ในล้านนาที่เรียกว่า “เรือนสรไน” เช่น มีหลังคาทรงปั้นหยา ฝาผนังไม้ซ้อนเกล็ดตามนอน ประตูหน้าต่างแบบบานลูกฟัก และการประดับคิ้วบัวรอบอาคาร ส่วนหลังคามีการตกแต่งเชิงชาย หน้าจั่วและส่วนยอดหลังคาด้วยไม้แกะสลักหรือฉลุลายและการประดับไม้กลึงยอดแหลมที่ปลายหน้าจั่วหลังคา เป็นต้น เป็นการเน้นความงามของอาคารด้วยการตกแต่งอย่างประณีตตามรสนิยมใหม่ในสมัยนั้น ที่มา: หนังสือสถาปัตยกรรมล้านนา ภาพถ่าย: สมาคมสถาปนิกสยาม […]

Posted on

อิทธิพลจากต่างประเทศ ตอน ๓ คุ้มเจ้า

หลังจากล้านนาตกเป็นเมืองขึ้นภายใต้การปกครองของพม่าและกอบกู้เอกราชคืนมาได้ จนรวมแผ่นดินเข้ากับสยาม ฐานะกษัตริย์ลดทอนลงเป็นเพียงเจ้าผู้ครองนคร จึงเรียกตำหนักที่ประทับว่า “คุ้มเจ้า” ซึ่งมีการสร้างในรูปแบบที่หลากหลาย เนื่องมาจากการมีสัมพันธไมตรีอันดีกับบางกอก จึงทำให้อิทธิพลสถาปัตยกรรมตะวันตกร่วมสมัยส่งผ่านจากบางกอกมาสู่กลุ่มเจ้าผู้ครองนครในล้านนา ในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปรากฏทั้งในรูปแบบของพระตำหนักของเจ้าผู้ครองนครและเชื้อพระวงศ์ รวมไปถึงเรือนของคหบดีและชาวบ้านทั่วไป ตลอดจนอาคารสาธารณะตามหัวเมืองต่างๆ ในล้านนา คุ้มเจ้าส่วนใหญ่เป็นอาคาร ๒ ชั้น มีทั้งอาคารไม้สักทั้งหลังและอาคารก่ออิฐถือปูนที่โครงสร้างภายในเป็นไม้สัก การเปลี่ยนแปลงที่ต่างจากเดิมและสังเกตได้ชัดเจน คือ รูปทรงหลังคาที่มีการจัดวางผังโครงสร้างหลังคาแบบต่างๆ ทั้งแบบสมมาตรอย่างเรียบง่ายและแบบซับซ้อน เช่น มีการซ้อนชั้นหลังคาและมีมุขหลังคาแบบต่างๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตก โดยเฉพาะรูปแบบเรือนขนมปังขิงรูปแบบ วิกตอเรียนและทิวดอร์ เช่น คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ คุ้มเจ้าหลวงลำพูน พระตำหนักดาราภิรมย์ หรือรูปแบบที่ผสมผสานอิทธิพลสถาปัตยกรรมตะวันตกเข้ากับสถาปัตยกรรมล้านนา เช่น คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ หอคำเมืองน่าน และแบบที่ผสมผสานรูปทรงหลังคาอย่างซับซ้อน เช่น คุ้มหลวงริมแม่นํ้าปิง ที่ได้รื้อถอนลงไปแล้ว ที่มา: หนังสือสถาปัตยกรรมล้านนา ภาพถ่าย: สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์, ธีรวัฒน์ วิญญรัตน์ / วีระพล สิงห์น้อย / สถาปนิก 49

Posted on

อิทธิพลจากต่างประเทศ ตอน ๒ วัด

สถาปัตยกรรมจากพม่าในสมัยอมรปุระ-มัณฑะเลย์ (พุทธศตวรรษที่ ๒๓ – ๒๕) ที่ผสมผสานรูปแบบพม่าแท้และมอญ (หรือเรียกว่า แบบมอญ-พม่า) ต่อเนื่องมาจากสมัยพุกาม มีอิทธิพลต่อการสร้างหรือบูรณปฏิสังขรณ์สถาปัตยกรรมทางศาสนาในล้านนา รูปแบบดังกล่าว นำมาโดยชาวพม่าและชนชาติอื่น เช่น ชาวไทใหญ่จากรัฐฉานในพม่า และชาวมอญจากเมืองหงสาวดี รวมถึงชาวเผ่าอื่นๆ ในพม่า ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๒๔ – ๒๕ เริ่มตั้งแต่ยุคฟื้นฟูเมือง หรือที่เรียกว่า “ยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” ในสมัยพระเจ้ากาวิละเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ (พ.ศ. ๒๓๒๕ – ๒๔๕๘) มีการรวบรวมกลุ่มชาวไตจากถิ่นต่างๆ ให้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในล้านนา ต่อมาเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ชาวพม่า มอญ ไทใหญ่ และชาวเผ่าอื่นๆ เช่น ปะโอ กะเหรี่ยง ได้เข้ามาพร้อมกับชาวอังกฤษที่เข้ามารับสัมปทานทากิจการป่าไม้ในจังหวัดต่างๆ เช่น เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ แม่ฮ่องสอน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๓๖๙ ภายหลังเมื่อรํ่ารวยเป็นคหบดีจึงได้พากันบูรณะหรือสร้างวัดขึ้น เพื่ออุทิศส่วนกุศลและขออโหสิกรรมต่อนางไม้ที่พวกตนได้โค่นต้นไม้ลง โดยใช้ช่างมัณฑะเลย์ มีการสร้างเจดีย์และวิหารแบบพม่าจำนวนมาก อีกทั้งบางแห่งยังเพิ่มรายละเอียดลวดลายประดับที่แฝงอิทธิพลของตะวันตกรวมอยู่ด้วย […]

Posted on

อิทธิพลจากต่างประเทศ ตอน ๑ เจดีย์

ในช่วงยุคทองของอาณาจักรล้านนา มีเจดีย์บางแห่งที่มีรูปแบบพิเศษ แสดงถึงอิทธิพลจากต่างถิ่นอย่างชัดเจน โดยไม่ได้รวมเข้าในกระบวนการพัฒนารูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา กล่าวคือ ไม่รวมอยู่ในกลุ่มเจดีย์ ๒ รูปแบบหลัก ได้แก่ เจดีย์ทรงปราสาทและเจดีย์ทรงระฆัง ที่พัฒนาการมาเป็นแบบอย่างพื้นเมือง มีรูปลักษณ์แสดงถึงต้นแบบที่มาจากภายนอกอาณาจักรล้านนาอย่างชัดเจน เช่น เจดีย์เจ็ดยอด ที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย และเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ที่ได้รับอิทธิพลจากสุโขทัย แต่รูปแบบเจดีย์เหล่านี้มีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับรูปแบบเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลจากพม่าในยุคหลัง เช่น เจดีย์ทรงกู่เต้าและเจดีย์ทรงระฆังแบบพม่า – มอญ ซึ่งมีการสร้างเป็นจำนวนมากในล้านนา อิทธิพลจากอินเดีย รูปแบบเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลทางพุทธศาสนาจากศิลปะอินเดียอย่างชัดเจนที่สุด คือ เจดีย์เจ็ดยอด เป็นเจดีย์ก่อด้วยศิลาแลง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปจำลอง ที่สร้างขึ้นในช่วงยุคทองของอาณาจักรล้านนา เมื่อครั้งมีการสังคายนาพระธรรมวินัยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในปี พ.ศ. ๒๐๒๐ พญาติโลกราชทรงส่งพระสงฆ์ไปจำลองแบบจากวิหารมหาโพธิ์ เมืองพุกาม ซึ่งพม่าได้สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ โดยถ่ายทอดมาจากรูปแบบพระมหาโพธิเจดีย์ (พระมหาเจดีย์พุทธคยา) ประเทศอินเดีย โดยมีการปรับปรุงแบบบางส่วน เช่น การเพิ่มเจดีย์ทรงระฆังอีกสององค์ด้านหน้าจึงรวมเป็นเจ็ดยอด จากต้นแบบทั้งสองแห่งที่มีเพียงห้ายอด ส่วนฐานประทักษิณประดับรูปปูนปั้นเทวดายืนและนั่งในแต่ละด้าน มีช่องคั่นด้วยเสาติดผนังซ้อนสองชั้น ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป อิทธิพลจากสุโขทัย ในช่วงยุคทองของอาณาจักรล้านนา มีการอัญเชิญพระสุมนเถระจากสุโขทัยมาเผยแผ่ศาสนาพุทธนิกายเถรวาทลังกาวงศ์ จึงได้รับอิทธิพลจากสุโขทัย คือ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ที่มีรูปทรงแบบดอกบัวตูม […]